
รักร้างกลางฝน - นิยายเรื่องเก่า เขียนครั้งเยาว์วัย
ตอนที่ 1 ฝนเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาในเย็นวันหนึ่ง ฉันออกจากบริษัทตามเวลาเดิม เห็นฟ้าครึ้ม ลมพัดแรง แล้วก็ให้เหนื่อยใจ วันนี้จะถึงบ้านกี่ทุ่มกี่ยามกันหนอ นี่ถ้าไม่มีรถคงจะลำบากมากทีเดียว
ในช่วงเวลาเลิกงานอย่างนี้ การจราจรที่เดิมก็ไม่ค่อยจะเคลื่อนไหวอยู่แล้ว พอมีฝนตก ก็กลายเป็นอัมพาตไปในทันที ความที่เหน็ดเหนื่อยมาจากงานทำให้ไม่อยากจะคิดอะไรอีก อยากจะตก อยากจะติดแค่ไหนก็เอา
ระหว่างที่กำลังรอสัญญาณไฟเขียวอยู่นั้น ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง บังเอิญเหลือเกิน ที่รถมาติดอยู่ตรงหน้าประตูมหาวิทยาลัยพอดี แม้จะขับรถกลับบ้านทางนี้ทุกวัน ความที่ปกติรถไม่ได้ติดอย่างสาหัสากรรจ์เช่นวันนี้ ทำให้ไม่เคยได้มองมหาวิทยาลัยอย่างเต็มๆตา ขณะที่กำลังนั่งมองอยู่นั้นเอง ก็เห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ในชุดนิสิต ฝ่ายชายกางร่มให้สาวน้อยปีหนึ่งคนข้างๆ เดินข้ามถนนผ่านหน้ารถฉันไป
ภาพนั้นสะกดให้ฉันตัวเย็นเฉียบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อนแวบเข้ามาในสมอง แม้จะนานขนาดนั้น แต่ภาพนั้นก็ยังชัดเจน ราวกับเพิ่งเกิดขึ้น...เมื่อไม่นานมานี้ ........................................................................
"โอ๊ย ตายแล้วจ๋า ฝนตกใหญ่เลย จะกลับบ้านยังไงล่ะเนี่ย ร่มก็ไม่มี" "โธ่ นิด ก็รออีกซักเดี๋ยวสิ จะให้ทำยังไงล่ะ จ๋าก็ไม่มีร่มเหมือนกัน ฝนเทเอาๆอย่างนี้ หลบอยู่ใต้ตึกนี่ล่ะดีที่สุด"
ว่าแล้วจ๋าก็ดึงแขนฉันเดินไปหาที่นั่ง มีนิสิตคนอื่นๆนั่งหลบฝน อยู่บ้างพอสมควร
"ก็บอกแล้วว่าให้รีบกลับๆ ไม่เชื่อเห็นมั้ย" ฉันยังบ่นกระปอดกระแปด "เอาน่า ใจเย็นๆ จ๋าอยู่เป็นเพื่อน เดี๋ยวพี่ชายจ๋ามารับ นิดกลับกับจ๋าก็ได้ เดี๋ยวให้พี่ชายจ๋าแวะไปส่งให้" จ๋าตอบแบบไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าไหร่ "สมุทรปราการ กับ จรัญสนิทวงศ์เนี่ยนะ จะบ้าเหรอไง" ฉันโวยวาย ยังไม่ทันที่ยายจ๋าจะเอ่ยว่ากระไร ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"น้องนิดครับ พี่กำลังจะกลับบ้านพอดี ไปด้วยกันมั้ยครับ" เราสองคนหันไปหาเจ้าของเสียง พี่ภูนั่นเอง
พี่ภูเป็นรุ่นพี่ปีสองที่น้องๆรู้จักดี เพราะเป็นคนดูแลน้องๆปีหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา ใครๆก็ชอบพี่ภู เพราะพี่ภูพูดเพราะ ยิ้มง่าย และที่สำคัญหน้าตาน่ารักซะด้วยซิ ฉันเองก็เคยแอบมองๆพี่เขาอยู่ บ้างเหมือนกัน
"อ้าว พี่ภู แหม พอดีเลยยายนิดเขาร่ำร้องอยากจะกลับบ้านจะแย่แล้ว แทบจะฆ่าจ๋าอยู่แล้วเนี่ยค่ะ พี่ภูมาได้จังหวะ จ๋าฝากนิดเขากลับบ้าน ด้วยคนนะคะ" ยายจ๋าตัวแสบจัดการให้เสร็จสรรพ ฉันกำลังจะอ้าปาก ค้านด้วยความเกรงใจ แต่พี่ภูก็เหมือนจะรู้ทัน พูดดักคอเอาไว้ก่อนว่า
"น้องนิดเชิญครับ ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับบ้านพี่อยู่จรัญสนิทวงศ์ เหมือนกัน ถือซะว่านั่งไปเป็นเพื่อนคุยกับพี่ตอนรถติดๆนะครับ" "เอ่อ นิด .. นิดเกรงใจน่ะค่ะ" "เอาน่า ยายนิด ไว้เกรงใจกันวันหลังเถอะ พี่เขายืนรออยู่แล้วเห็นมั้ย บ้านก็อยู่ทางเดียวกันดีออก ประหยัดน้ำมันช่วยชาติ ไปเถอะ เนี่ยเดี๋ยวพี่ชายจ๋าก็มาแล้วไม่ต้องเป็นห่วงหรอก บ๊ายบาย"
แน่ะ เล่นวิธีนี้เลยนะยายจ๋า ฮึ จำไว้ ฉันก็เลยพูดไม่ออก หยิบหนังสือกับกระเป๋าได้ก็เดินตามพี่เขาไปต้อยๆ ทางเดินจากตัวตึกไปที่จอดรถไม่มีหลังคา พี่ภูหยิบร่มออกมากางให้ ฉันเอ่ยขอบคุณเบาๆ เราสองคนสาวเท้าอย่างเร่งรีบให้ถึงรถโดยเร็ว ฉันใจจดจ่ออยู่แต่กับการเดินบนถนนที่เฉอะแฉะจนลืมนึกไปว่า ฉันเองไม่เคยบอกพี่ภูเลยสักครั้ง ว่าบ้านฉันอยู่ที่ไหน แล้วพี่เขารู้ได้อย่างไรกัน ------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 2 นับจากวันนั้น หากวันไหนฝนตก ฉันเป็นต้องเจอพี่ภูมาชวนกลับบ้านทุกทีไป ระหว่างที่เรานั่งรถไปด้วยกันเป็นเวลาที่เราได้รู้จักกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พี่ภูเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนมากผิดกับผู้ชายคนอื่นๆที่ฉันเคยรู้จัก และดูจะอ่อนโยนเป็นพิเศษกับฉัน ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่ฉันรู้สึกอย่าง นั้นจริงๆนี่นา
นอกจากความอ่อนโยนแล้ว พี่ภูยังมีอะไรอีกหลายๆอย่างที่ฉันประทับใจ พี่ภูชอบร้องเพลง เคยเล่นกีตาร์ให้ฉันฟังบ่อยๆ แม้เสียงจะไม่ได้เพราะจับใจ เหมือนนักร้องมืออาชีพ แต่ฝีมือเล่นกีตาร์นี่ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว นอกจากนั้นแล้วพี่ภูยังวาดรูปสวยซะด้วย จะทำโปสเตอร์ ทำคัตเอาท์งานคณะทีไร ใครๆเป็นต้องเดินมาหาพี่ภูให้ช่วยทำทุกที น่าแปลกที่ผู้ชายคนนี้มาเรียน คณะวิศวะ ทั้งที่เขามีความสามารถทางด้านศิลปะเต็มตัว บางครั้งฉันเคยนึกหาคำตอบว่าทำไมฉันถึงได้ถูกใจผู้ชายคนนี้ขึ้นเรื่อยๆ คงเป็นเพราะเขามี ในสิ่งที่ฉันทำไม่ได้ละกระมัง และนับวัน ฉันก็เริ่มมีใจให้ผู้ชายคนนี้มากขึ้นทุกทีๆ มารู้ตัวอีกที .....ก็หมดใจซะแล้ว
แต่ฉันก็ไม่กระโตกกระตากหรอกนะ เรื่องอะไรจะให้เขารู้ล่ะ เสียฟอร์มหมด เกิดพี่เขาไม่ได้คิดอะไร ฉันก็หน้าแตกน่ะซี่ ด้วยเหตุนี้ใครๆจึงมองว่าพี่ภูจีบฉัน ไม่สำเร็จซะที คนที่เดือดเนื้อร้อนใจที่สุด หนีไม่พ้นเพื่อนซี้..ยายจ๋า
"นี่นิด ถามจริงๆเหอะ เธอไม่นึกชอบพี่ภูเขามั่งหรือไง เขาตามรับตามส่ง เธอมาตั้งเทอมแล้วนะ ตั้งแต่หน้าฝนจนเข้าหน้าหนาวนี่แล้ว เธอไม่ใจอ่อน กะความดีเขามั่งหรือไง ใครๆเขาก็ชอบพี่ภูกันทั้งนั้นทำไมเธอถึงได้ใจร้าย กะพี่เขาขนาดนี้เนี่ย" ยายจ๋าร่ายยาวมาเป็นชุดจนฉันนึกขำ
"นี่คุณจ๋า ตกลงอยู่ข้างใครกันแน่ฮึ " "ไม่ต้องมาเฉไฉ ตอบคำถามเรามาก่อน" ฉันถอนหายใจ ตอบคำถามเพื่อนรักไปตามจริง "ไม่ได้ใจร้ายหรอกนะ แต่พี่เขาไม่เคยพูดซักคำว่าชอบเรา จะให้เราทึกทัก เอาเองได้ยังไงกัน" "แปลว่า เธอก็ชอบพี่เขาล่ะสิ ใช่รึเปล่านิด" ยายจ๋าทำตาโตราวกับได้ท็อปวิชาฟิสิกส์ "อือ คงงั้นมั้ง" ฉันตอบยิ้มๆ "อ๊ายย....ดีใจจริงๆ" ยายจ๋าร้องลั่นทำเอาฉันตกใจ "นี่ เบาๆหน่อยเดี๋ยวใครเค้าจะหาว่าบ้านะ เป็นอะไรไปจ๋า เธอดีใจอะไรกันนักหนา" ยายจ๋าทำหน้าเจ้าเล่ห์ แล้วมากระซิบว่า "ฉันจะบอกอะไรให้นะแม่คนฟอร์มจัด พี่ภูเขาให้ฉันมาสืบว่าเธอคิดยังไงกับเขา เขามาขอให้ฉันช่วยเพราะเขาดูเธอไม่ออกจริงๆ ฉันจะไปบอกพี่เขาเดี๋ยวนี้ล่ะ เพื่อนฉันจะได้มีแฟนซะที ไชโย้" ว่าแล้วก็วิ่งหายลับไป ฉันอ้าปากค้าง เพื่อนหนอเพื่อนทำกันได้นะ อุตส่าห์รักษาฟอร์มมาตั้งนาน พังกันคราวนี้เอง แต่แล้วก็อดยิ้มกับตัวเองไม่ได้.....อย่างน้อยเขาก็ชอบเราเหมือนกันนี่นะ ---------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 3 ด้วยความเจ้ากี้เจ้าการของเพื่อนรัก ฉันกับพี่ภูก็เลยได้ชื่อว่า "เป็นแฟนกัน" จนได้ การมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเป็นเรื่องใหม่สำหรับฉัน ทำให้ต้องปรับตัว อยู่มากพอสมควร ก็น่าแปลก ที่พอเป็นแฟนกัน ทำให้ฉันได้รู้จักตัวตนของ พี่ภูในด้านอื่นๆเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่เคยคิดว่ารู้จักจนหมดสิ้นแล้ว....
ความที่คณะวิศวะมีผู้หญิงเป็นส่วนน้อย ทำให้เพื่อนส่วนใหญ่ในกลุ่มของฉัน เป็นผู้ชาย แม้ว่าฉันจะสนิทกับจ๋าที่สุด แต่เราก็ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตลอดเวลา บางทีฉันก็ไปกับเพื่อนคนโน้นคนนี้บ้าง และก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ เข้ามาเรียนเทอมแรกแล้ว เพื่อนก็คือเพื่อน ฉันไม่เคยคิดอะไร และก็มั่นใจว่า เพื่อนในกลุ่มทุกคนก็คิดแบบเดียวกับฉัน แต่ดูเหมือนว่าพี่ภูจะไม่ได้คิดแบบนั้น ปัญหามันก็เลยเกิดขึ้น
"นิด วันนี้เลิกเรียนกี่โมงจ๊ะ" พี่ภูเดินเข้ามาถามขณะที่ฉันกำลังนั่งทานข้าว อยู่กับเพื่อนในโรงอาหาร "บ่ายสามค่ะ แต่เดี๋ยวนิดจะไปห้องสมุดกับเพื่อนต่อค่ะจะไปหารายงาน พี่ภูกลับบ้านไปก่อนก็ได้นะคะเดี๋ยวนิดกลับกับชาติก็ได้ค่ะวันนี้เขาเอารถมา" พี่ภูเงียบไป แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ไม่เป็นไร พี่จะรออยู่ที่โต๊ะ นิดเสร็จแล้วมาหาพี่ละกัน" "ก็ตามใจค่ะ งั้นตอนเย็นเจอกันนะคะ" ฉันยิ้มให้ แม้ในใจจะรู้สึกแปลกอยู่นิดๆ ในน้ำเสียงและท่าทางของพี่ภู
พอพี่ภูคล้อยหลังจากไป ชาติซึ่งนั่งทานข้าวอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามขึ้นว่า "นิด เราว่าพี่เขาไม่ค่อยพอใจนะ ตอนนิดบอกจะกลับกับเราน่ะ" "ฮื้อ ไม่มั้ง นายคิดมากไปรึเปล่า" ฉันค้านทั้งๆที่ใจเห็นด้วยกับชาติ "แต่เราก็รู้สึกแบบเดียวกับชาตินะนิด เราว่าพี่เขาหึงเธอแน่ๆเลย ไอ้ชาติมึงตายแน่" เจตน์ออกความเห็นพร้อมกับแซวเพื่อน "ถ้าเรื่องแค่นี้หึงกันก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว นี่ อย่ามัวสนใจเรื่องอื่นอยู่เลยจะสอบมิดเทอม อยู่แล้วรีบไปอ่านหนังสือกันดีกว่า" ฉันตัดบทแล้วเก็บของเดินนำเพื่อนฝูงไป
จริงอย่างที่เพื่อนทั้งสองคนว่า ในตอนเย็นวันนั้นระหว่างทางกลับบ้าน พี่ภูก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา "นิด พี่ว่านิดสนิทกับชาติจังนะ" ฉันอึ้งไปนิดหนึ่ง พยายามพูดเสียงปกติว่า "นิดก็สนิทกับเพื่อนทุกคนแหละค่ะไม่เฉพาะชาติคนเดียวซักหน่อย" "เขามาจีบนิดหรือเปล่า" "พี่ภูคะ ชาติเป็นเพื่อนนิดค่ะ ทุกคนเป็นเพื่อนนิดไม่มีใครคิดอะไร แบบนั้นหรอกนะคะ" ฉันชักอดไม่ไหว "นิดคิดแบบนั้น แต่คนอื่นเขาอาจจะไม่คิดแบบนิดก็ได้นี่ พี่ไม่อยาก ให้นิดสนิทกับใครมากจนเกินไปนักนะ พี่ขอแค่นี้ได้ไหม" เสียงพี่ภูฟังดูอ้อนวอนจนฉันใจอ่อน "ค่ะ"
เหมือนพี่ภูจะรู้อยู่เหมือนกันว่าฉันไม่ค่อยเต็มใจรับปากเขาเท่าไหร่นัก ก็จะให้ฉันรับปากในเรื่องที่ไม่แน่ใจว่าจะทำได้จริงๆได้ยังไงกัน แล้วพี่ภูก็พูดขึ้นมาประโยคหนึ่งที่ทำเอาฉันต้องลืมๆความขุ่นข้อง หมองใจไปซะ "พี่รักนิดนะ" เฮ้อ....พูดมาแบบนี้จะให้โมโหอีกได้ยังไงกัน แล้วก็เพราะคำๆนี้นี่เองที่ทำให้เรื่องราวทั้งหลายสะสมอยู่ในจิตใจ ลึกๆของฉันอย่างไม่รู้ตัว รอเวลาที่จะระเบิดออกมา ------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 4
ไม่เพียงแต่เรื่องสนิทสนมกับเพื่อนผู้ชายเท่านั้นที่พี่ภู "ไม่ค่อยอยาก" ให้ฉันทำ ตั้งแต่เป็นแฟนกันฉันก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะกลายเป็นคนพิการด้อยความสามารถ ขึ้นไปทุกทีๆ เพราะแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่นเอาจานไปเก็บ พี่ภูก็ไม่ยอมให้ฉันทำ และไม่ว่าฉันจะคิด จะทำอะไร ก็โดนพี่ภูเซ็นเซอร์ไปคิด ไปทำให้ซะหมด จนฉันอึดอัด แต่จะบอกไปก็เกรงจะไปทำร้ายจิตใจ วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาของฉันก็คือการ พยายามหลบหน้า โดยอ้างโน่นอ้างนี่ไปตามแต่จะหาข้ออ้างมาได้ในตอนนั้น คนที่รู้ดีที่สุดก็คือจ๋า เพราะฉันมักจะใช้จ๋าเป็นข้ออ้างในการ"ไม่ว่าง" อยู่เสมอๆ
เย็นวันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังนั่งคิดถึงชีวิตตัวเองไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเอง จ๋าก็เข้ามา นั่งข้างๆ "นิด เป็นอะไรไป คิดอะไรอยู่เหรอ" "เปล่านี่ ไม่ได้คิดอะไร" "ยังจะมาเปล่าอีก คิดถึงเรื่องพี่ภูล่ะสิ มีอะไรกันหรือเปล่า เมื่อวานฉันเจอพี่เขา เขายังบ่นๆอยู่เลยว่าหมู่นี้นิดงานยุ่งจังเขาไม่ค่อยได้เจอเลย ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะยุ่งอะไรอย่างที่พี่เขาว่าซักหน่อย ทำไมต้องหลบพี่เขาด้วยล่ะนิด"
"เราอึดอัด เราไม่อยากเจอหน้าเขา" ฉันเริ่มตาแดงๆ "เป็นอะไร อย่าเพิ่งงอแงซิ ไหนเล่าให้จ๋าฟังหน่อย" แล้วเรื่องราวความอึดอัดใจทั้งหมดก็พรั่งพรูออกมาจากปากฉัน จ๋านิ่งฟังโดยที่ ไม่ได้พูดอะไรซักคำ พอฉันเล่าจบ จ๋าดึงตัวฉันเข้าไปกอด แล้วบอกว่า "ถ้านิดจะมีใครสักคน จ๋าว่าน่าจะเป็นคนที่ทำให้นิดมีความสุขนะ คิดให้ดีๆ"
คำว่า "คิดให้ดีๆ" ของเพื่อนรักกินเวลาของฉันนานถึง 1 เดือนทีเดียว หลังจากที่ได้ทบทวนทุกอย่างแล้วฉันก็ตัดสินใจเข้าไปขอเป็นเพียง"รุ่นน้อง" ของพี่ภู ใครที่ไม่เคยทำอะไรตรงข้ามกับความต้องการของตัวเอง คงไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดและต้องอาศัยความกล้าหาญมากแค่ไหน ความรัก....แม้จะนำทางให้เราสองคนได้มาอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน แต่ความรักอย่างเดียวไม่อาจทำให้เราสองคนเดินคู่กันไปได้จนสุดทาง ความเจ็บปวด...แม้จะทำให้เราต้องหยุดก้าวไปข้างหน้า แต่ความเจ็บปวดก็จะช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้น และก้าวไปได้มั่นคงมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ตั้งแต่เลิกรากับพี่ภูครั้งนั้นแล้ว ฉันกับเขาก็ไม่ได้พูดจากันอีกเลย แต่ฉันก็ยังคงนึกถึงความทรงจำดีๆระหว่างเราสองคนอยู่เสมอ โดยเฉพาะวันแรกที่เราได้กลับบ้านด้วยกัน ...................................................................................................................
เสียงบีบแตรไล่จากรถคันหลังปลุกให้ฉันตื่นจากภวังค์เข้าสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง ฝนซาลงมากแล้วจนเกือบหยุดสนิท รถเริ่มแล่นได้คล่องตัวขึ้นเรื่อยๆ เสียงเพลงจากวิทยุเหมือนจะปลอบประโลมใจ
......Rain...falling in my heart ฉันยังคงจดจำแม้จะนานเพียงใด จะไม่ลืมวันที่ฝนเป็นใจ ให้เราได้อยู่ใกล้กัน........
Rain...falling in my heart ทุกนาทีใจฉันยังมีเธอเรื่อยไป....
แม้วันฝนตกนี้จะไม่มีใครมากางร่มพาฉันกลับบ้าน หากหัวใจ...จะไม่เปียกปอน..หรือเหน็บหนาว เพราะฝนในครั้งก่อนได้สอนให้หัวใจรู้จักป้องกันตัวเอง และถึงแม้จะต้องเปียกเพราะฝนอีกกี่ครั้ง ก็จะยังคงไม่เป็นไร..........................
- Nok's blog
- Login or register to post comments
- 293 reads
- Printer-friendly version