
บทที่ 7. การจัดการโซ่อุปทาน
ไม่ได้มาเขียนซะนาน มาเขียนย้อนหลังสงสัยจะไม่ค่อยอินเหมือนเวลาเขียนหลังเรียนจบหมาดๆ
วิชานี้คือการบริหารโซ่อุปทาน สอนโดย ผศ.สันติชัย คชรินทร์
เริ่มต้นโดยอาจารย์บอกว่า การทำธุรกิจโดยไม่มีหลักการ จะำทำให้เราไม่ยั่งยืนและเราอาจจะไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหา
ดังนั้น การมาเรียนหนังสือจะต้องเรียนทฤษฎีก่อน แล้วค่อยฟังตัวอย่างการนำไปประยุกต์ใช้
โซ่อุปทาน ต้องมี 4 เรื่อง
1. การไหลเวียนของวัตถุดิบ
2. สร้างฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ
3. บริหารเงิน (กระแสเงินสด)
4. จัดการให้อุปสงค์กับอุปทานเท่ากัน
อาจารย์บอกว่า ...
- ลูกค้าแต่ละคนควรได้รับบริการที่แตกต่างกัน (80/20)
- ออก product ใหม่แต่ต้องควบคุมเรื่องการขายและการผลิตให้ได้ด้วย จึงจะมีกำไรเพิ่ม
- ลองคิดดูว่าเรามี base component ตัวเดียวแล้วเพิ่ม variety โดยทำให้เป็น customization เพื่อตรงใจลูกค้าและลด stock ได้มั้ย (ใช้หลัก 80/20 ช่วยด้วย)
- scale ก็สำคัญ เราอาจจะลด ต้นทุนเฉลี่ย ได้โดยการเพิ่ม scale (ต้นทุนเฉลี่ย = ต้นทุนรวม/ปริมาณ)
- การควบคุมต้นทุนเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มกำไร เพราะยอดขายเพิ่มยาก เหนื่อย แถม คชจ.ก็เพิ่ม
--------------------------------------------------------
วงจรเงินสด
ต้องคิดตั้งแต่เริ่มมีค่าวัตถุดิบ -------------------------------> เงินจะกลับมาอีกวันไหน
ระหว่างนี้ก็จะมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น ของมาถึง เอาไปเก็บ เอาไปผลิต เอาไปขาย credit term ล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายระหว่าทางที่เราต้องจ่ายจนกว่าจะถึงวันที่ได้เงินสดเข้ามา
--------------------------------------------------------
กลยุทธ์การให้บริการลูกค้า
1. แบ่งเกรดการให้บริการ (Customer Service Segmentation)
2. การวิเคราะห์ต้นทุนการให้บริการ (Cost-to-Serve Analysis: 80/20)
3. การจัดการรายได้ (Revenue management) รักษาลูกค้า ต้องมี tactic ที่ customize สำหรับลูกค้าแต่ละราย
--------------------------------------------------------
การปรับกลยุทธ์ของ supply chain ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธุรกิจ
1. สินค้า/บริการใดที่บริษัทควรจะเลือกขาย
2. ลูกค้ากลุ่มไหนที่บริษัทควรจะเลือกให้บริการ
3. ตลาดใดที่บริษัทควรจะเลือกดำเนินการ
ให้ทำตารางออกมา ชื่อว่า "การวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไรแต่ละช่องทาง"
<< รุป เดี๋ยวเอามา post อีกที >>
------------------------------------------------------------------
ความสิ้นเปลือง 7 ประการ
1. Inventory มากเกินไป เป็นต้นทุนในการเก็บ อาจจะมีมากกว่าอัตราการทำกำไร
2. ผลิตมากเกิน
3. กระบวนการไม่มีประสิทธิภาพ ของทำผิด ต้นทุนสูงมาก ต้องซ่อม หรือ ทิ้ง
4. การขนส่ง ที่ไม่จำเป็น อย่าทำ !!!
5. การรอคอย Supplier ไม่ส่งของ เครื่องจักรเสีย บางครั้งต้องยอมลงทนุน เพื่อลดต้นทุนในการเสียโอกาส
ุ6. การผลิตสินค้าเสียหาย/การทำงานซ้ำ ให้ส่งพนักงานไปเรียนเพราะเวลาที่เสียไปมันคุ้ม กว่าให้ทำงานผิด หรือทำงานซ้ำ
7. การเคลื่อนไหว แบ่งงานเป็น station เพื่อลดเวลา
- Printer-friendly version
- 3799 reads