
บทที่ 6. การจัดการด้านเทคนิคปฏิบัติการ (การผลิต การบริการ)
วิชานี้สอนโดย รศ.ดร.เอกจิตต์ จึงเจริญ
อาจารย์ท่านมีประสบการณ์ทำงานมาหลายที่ในบริษัทใหญ่ๆ ไอ้เราก้อไม่ได้จดไว้สุดท้ายก้อลืม
เนื่องจากเป็นวิชาเกี่ยวกับ operation และท่านอาจารย์เป็นวิศวกร
เรามาเริ่มต้นกันแบบวิดวะๆ (ปู้) กันด้วยคำสองคำ ได้แก่ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ประสิทธิภาพ - Do things right (ทำให้ถูกซะตั้งแต่แรก)
ประสิทธิผล - Do right things (พูดง่ายๆ ว่าให้ตรงกับผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง)
ในการผลิต เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ 4 เรื่อง ได้แก่
- Quality
- Quantity
- Response to varieties of needs
- Cost effective
WASTE โอ้ คำนี้ช่างเจ็บปวดเพราะเจออยู่ทุกวัน กำจัดกันด้วยความเหน็ดเหนื่อย นิยามของ
WASTE นี้ก็คือ อะไรก็ตามที่เกินจาก minimum requirement ที่ต้องใช้เป็น input ในการ
ทำงานนั้นๆ ถือเป็น WASTE ตัวอย่าง เช่น
- Inventory มากเกินไป
- ผลิตเกิน demand
- Logistics/ Transportation ที่ไม่จำเป็น
- Motion waste (ดูจาก time & motion study)
- Process ที่ไม่ดี ตอบ needs ของลูกค้าไม่ได้
- Delay ทำให้ลูกค้าต้องรอ
- Defect และการแก้ไข defect
"Quality is at its source" ทำให้ดีตั้งแต่แรก (เห็นด้วยมากๆ แต่คนทำมันจะคิดแบบนี้ได้มั้ย?)
สำหรับ management ต้องดูเพิ่มอีก 3 เรื่อง
- Time - สำหรับการไม่ตัดสินใจ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปก้อเป็น waste
- คน - ใช้คนไม่ตรงกับงาน หรือใช้ความสามารถไม่เต็มที่
- paper work - ซ้ำซ้อน ไม่จำเป็น
-----------------------------------------------------
ทีนี้มาดูเรื่องเงินๆ ทองๆ กัน เราจะเพิ่มกำไรกันได้ยังไงบ้าง มีช่องทางอะไรแล้วมันยากง่ายยังไง
- เพิ่มยอดขาย - มีปัจจัยภายนอกเยอะ และมีค่าใช้จ่ายที่แปรผันตามการผลิตที่เพิ่มขึ้นด้วย
- ลดค่าใช้จ่ายด้านบัญชีการเงิน
- ลดต้นทุนการผลิต (คชจ ในการผลิต) ทำให้มีประสิทธิภาพขึ้น จะทำให้กำไรมากขึ้น
ท่านว่า การลดต้นทุนการผลิต เจ๋งสุด
เอาละเมื่อเราจะลดต้นทุนการผลิต เราก็ต้องมาคิดก่อนว่า Prouctivity ของเราอันเกิดจาก
Output/Input นั้น เป็นอย่างไร ซึ่งก็มีตัวเลขหลายตัวแล้วแต่เราจะเอาอะไรเป็น output/
input เช่น ปริมาณสินค้า/man-day, จำนวนสินค้า/ค่าน้ำมัน, จำนวนสินค้า/ค่าไฟ etc.
เมื่อได้แล้วสิ่งที่ต้องทำคือ "เทียบ" ไม่ว่าจะเป็น เทียบกับอาทิตย์ที่แล้ว เทีียบกับคนอื่น หรือเทียบ
กับมาตรฐานก็ตาม
*** ถ้าเราไม่เทียบ เราจะแปลความหมายไม่ได้ เมื่อเราเทียบแล้วถึงจะรุ้ว่าบริหารจัดการ
ทรัพยากรได้ดี หรือไม่ดีอย่างไร ****
เป้าหมายในการวัด - คือเพื่อเพิ่ม Productivity ตลอดเวลา โดยที่ต้องมีเหตุผลอธิบายได้เสมอว่า
ค่าที่ได้ เพิ่มหรือลดลง เป็นเพระาปัจจัยอะไร เป็นเพราะ performance หรือปัจจัยภายนอกที่ไม่
่สามารถควบคุมได้
ข้อควรระวัง
- อย่าให้ Quality เสียเพราะจะเอา productivity สูงๆ
- Output ที่เพิ่มไม่ได้แปลว่า Productivity เพิ่มเสมอไป
-------------------------------------------
หัวข้อหลักของการบริหารการผลิต
- Quality
- Product design & development
- Process design and capacity
- Location
- Plant layout
- HR
- Supply chain management
- Inventory management
- Master production Scheduling
- Maintenance
- Environement Friendly
--------------------------------------------
1. Quality
- ต้องหาลูกค้าให้เจอก่อน เพราะคุณภาพอยู่ที่มุมมองของลูกค้า
- ปัจจัยคุณภาพด้านการบริการ
- Reliability
- Responsiveness
- Competence
- Accessibility
- Hospitality/Courtesy
- Communication
- Credibility
- Security
- Understanding
- Tangibles
2. Product design and development
- ออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างไร ให้ลดต้นทุนได้ เช่น ลดจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องประกอบเพื่อลด qty
และแรงงานที่ต้องใช้
- ต้องประกอบได้ / ผลิตได้ / มี common component (ใช้ร่วมกันได้) / ทนทาน
- ถูกใจลูกค้า
- ถ้าเป็นบริการ ต้องออกแบบขั้นตอนการดำเนินงานให้ลด WASTE ให้ได้มากที่สุด
สำหรับบริการแล้ว ...
- บริการจับต้องไม่ได้
- การอบรมบุคลากร จึงสำคัญมาก
- non-stock ดังนั้น ต้องประเมินกำลังการผลิตให้ดี
- process เป็นสิ่งที่ลูกค้ามองเห็นตลอด
- มี new entrant ได้ง่าย จึงต้องสร้างสรรค์ และ ต้นทุนต่ำเสมอ
- ทำเล ต้องสะดวกสำหรับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการ
3. กระบวนการผลิตและกำลังการผลิต
มีหลายแบบ เช่น
3.1 แบบเน้นกระบวนการ
- job shop, อาหารตามสั่ง ธนาคาร โรงพยาบาล
- มี fixed cost ต่ำ แต่คนต้องมีความชำนาญสูง
- ตอบสนองต่อความหลากหลาย
- utilization ต่ำ (ต้องการทางลด idle time ของคนทำให้ได้ แล้วก็กระตุ้น demand ให้มากขึ้น)
3.2 แบบทำซ้ำ
- เน้น volume จะเห็นชัดในพวก manufacturing
- ทำ batch ทำให้้ความหลากหลายของ model ลดลง
- คนงานทำงานเฉพาะอย่าง อยู่กับ assembly line
- example: mcdonald
3.3 แบบต่อเนื่อง
- ผลิตกระดาษ น้ำอัดลมกระป๋อง หลอดไฟ ฉีดวัคซีน
- ผลิตตลอดเวลาจึงคุ้มค่าที่จะลงทุนใน fixed cost
- volume มาก ไม่หลากหลาย
4. ทำเล - ดูว่างานของเราต้องใช้ปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับทำเลที่ตั้ง
5. Layout
- ขึ้นกับกำลังการผลิตและการใช้เนื้อที่
- การติดต่อประสานงานระหว่างจุดต่างๆ
- ต้นทุน (เวลา ระยะทาง) ในการขนย้ายวัสดุ ชิ้นงาน ไปยังจุดต่างๆ
- สภาพแวดล้อม ความสวยงาม บรรยากาศ
6. คนและงาน
- Environment ที่มีความเหมาะสมในการทำงาน
- Efficiency ของพนักงาน และคุณภาพในการทำงาน
- ทำได้ตามเป้าคือ C ต้องมากกว่าเป้าจึงจะเป็น A, B (สงสัียเรียนตำราเล่มเดียวกับเจ้านายเรามา)
7. Supply chain management
8. Inventory mangement
มีแบบ push กับ pull ต้องเลือกเอา
9. การวางแผนและระยะเวลาการผลิต (อันนี้ก็ตำราเล่มเดียวกันอีกแหงๆ )
- ต้องมีประมาณการยอดขาย (sales projection)
- จะมีลูกจ้าง และ outsource ด้วยสัดส่วนเท่าไหร่
*** สองข้อนี้เพื่อ match demand กับ capacity ให้ได้
- รูปแบบของ demand แล้วแต่ประเภทของกิจการ ถ้าเคยทำแล้วก็ดู stat ถ้าไม่เคยทำก็ต้อง
- วิเคราะหแนวโน้มเอา มองภาพระยะยาว
- พิจารณา seasoning, ภาวะผิดปกติ ก็อาจจะมีอิทธิพลต่อยอดขายได้
10. Maintenance
- คนต้องมีความรู้ความชำนาญที่เพียงพอ และวิธีการ ขั้นตอน ในการบำรุงรักษา
- Preventive vs corrective maintenance
11. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เป็นวันที่เรียนรู้เรื่องที่สุดเพราะโดนอบรมอยู่ทุกวัน 555
- Printer-friendly version
- 2476 reads